(งานส่งอาจารย์ค่ะ  แค่อยากนำมาเผยแพร่เช้ยเฉย)

ผู้ดำเนินรายการ  ได้แก่  ดร.ประพีร์  อภิชาตสกล  อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
วิทยากร  ได้แก่   รศ.ดร.อัมพร  ธำรงลักษณ์  หัวหน้าสาขาวิชาบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ศ.ดร.อนุสรณ์  ลิ่มมณี  ดำรงตำแหน่งรักษาการหัวหน้าภาควิชาปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
รศ.ดร.วรทิพย์  มีมาก  อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

การสัมมนาดำเนินไปโดยวิทยากรผลัดกันแสดงทัศนะทีละท่าน

เริ่มจาก รศ.ดร.อัมพร  ธำรงลักษณ์    โดยมีประเด็นหลัก ดังนี้
                ในปัจจุบัน  ประเทศไทยมีมหาวิทยาลัยมากมายที่เปิดสอนหลักสูตรวิชารัฐศาสตร์  โดยเฉพาะวิชาเอกบริหารรัฐกิจ(รัฐประศาสนศาสตร์)  เพราะเป็นสาขาวิชาที่เรียนง่าย  เรียนจบหลักสูตรได้ง่าย  แต่การจัดการศึกษาที่ไม่ได้มาตรฐานของมหาวิทยาลัยหลายแห่งทำให้นิสิต-นักศึกษาเรียนจบหลักสูตรทั้งที่ยังไม่มีความรู้ความสามารถทั้งในทางด้านวิชาการและทางด้านการปฏิบัติ  ดังนั้นจึงเกิดความย้อนแย้งระหว่างภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ  แวดวงวิชาการต้องตั้งคำถามต่อการศึกษาวิชารัฐศาสตร์  ปัญหาคือ  หลักสูตรที่พัฒนามา ๓๐ ปีนั้นไม่ตอบโจทย์ให้กับสังคม  ซึ่งรวมถึงการศึกษาเชิงสัจจะ(Positive statement)  ซึ่งเป็นการใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่มีการตั้งสมมติฐานที่แน่นอน มีการทดลองในระบบปิด  ต่างจากรัฐศาสตร์ซึ่งเป็นวิชาทางสังคมศาสตร์ที่ในความเป็นจริงมีผลกระทบภายนอกมากมาย  ทำให้ไม่สามารถทำนายปรากฏการณ์ทางการเมืองและสังคมได้  ในอนาคตจึงจำเป็นต้องหาทางเลือกอื่นๆในการศึกษาและพัฒนาการศึกษารัฐศาสตร์ต่อไป
                อย่างไรก็ตาม  ไม่ว่ารัฐศาสตร์ รวมถึงบริหารรัฐกิจจะยืนอยู่ตรงไหนไม่สำคัญ  จุดที่สำคัญคือเรากำลังจะมุ่งหน้าไปทางไหน  ซึ่งในทางที่ถูกต้อง เราจะต้องร่วมกันนำทฤษฎีมาปรับใช้ในการแก้ปัญหาให้กับสังคมให้ดีที่สุด 

 

ศ.ดร.อนุสรณ์  ลิ่มมณี  อธิบายทัศนะของท่านโดยมีประเด็นหลัก ดังนี้
                จากหัวข้อในการสัมมนา  คือ องค์ความรู้ทางรัฐศาสตร์กับการแก้ไขปัญหาการเมืองไทย เรามี ๓ ประเด็นที่ต้องพิจารณา  คือ ๑.) สถานะขององค์ความรู้ทางรัฐศาสตร์เป็นอย่างไร  ๒.)ปัญหาทางการเมืองของไทยคืออะไร   ๓.)องค์ความรู้ทางรัฐศาสตร์  สามารถตอบปัญหาทางการเมืองได้หรือไม่  ถ้าได้  ทำไมจึงแก้ปัญหาไม่ได้
                ประเด็นแรก -- --สถานะขององค์ความรู้ทางรัฐศาสตร์ ;
                รัฐศาสตร์ศึกษาความสัมพันธ์เชิงอำนาจของคนในสังคม คล้ายกับสังคมวิทยา  ,เป็นศาสตร์บริสุทธิ์ที่ศึกษาปรากฏการณ์ทางการเมือง  นักรัฐศาสตร์ท่านหนึ่ง คือ แกเบรียล  อัลมอนด์ (Gabriel Abraham Almond) เปรียบไว้ว่า  วิทยาศาสตร์เปรียบเหมือนนาฬิกา -เที่ยงตรง ชัดเจน  ขณะที่มนุษยศาสตร์นั้นเปรียบเหมือนก้อนเมฆ –ล่องลอย ไร้การควบคุม  และรัฐศาสตร์ก็อยู่ตรงกลางระหว่างสองสิ่งนี้  
                ปัญหาหลักของศาสตร์ทางสังคมวิทยาคือ  สังคมวิทยาศึกษาเกี่ยวกับคนในแง่ของ object คือชีวิต  พฤติกรรมและความสัมพันธ์ระหว่างคน  ส่วนในอีกแง่หนึ่งของคน     subject คือ ร่างกาย เนื้อหนัง นั้นมีนักวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นผู้สนใจศึกษา
                อย่างไรก็ตาม  เรายังไม่สิ้นหวัง  หากมองย้อนดูประวัติศาสตร์รัฐศาสตร์  ทฤษฎีทางรัฐศาสตร์มักสร้างขึ้นเพื่อตอบคำถามในยุคของตนเองซึ่งได้รับคำตอบที่แตกต่างกัน  ซึ่งหมายถึงเรามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  แม้รัฐศาสตร์จะมีสำนักคิดจำนวนมากเกินไป  ต่างจากเศรษฐศาสตร์ที่มีสำนักคิดที่โดดเด่นอย่างสำนักคลาสสิก และนีโอคลาสสิกก็ตามที
                ประเด็นที่สอง  ปัญหาทางการเมืองของไทยคืออะไร   ;
                ปัญหาทางการเมืองของไทยในปัจจุบันมี ๒ ประเด็น  คือ ๑)ปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับประชาธิปไตย (ความขัดแย้งทางความคิดระหว่างกลุ่มคนสองขั้วได้แก่ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กับ แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ) ซึ่งรากของปัญหานี้คือการมีมุมมองต่อประชาธิปไตยที่แตกต่างกัน และมองในมุมแคบ จำกัดเฉพาะสิ่งที่อยากมองเห็นเท่านั้น  ไม่รับฟังมุมมอง  ความคิดเห็นของอีกฝ่าย  เปรียบเหมือนว่ามีตากันคนละข้าง  และ ๒)ปัญหาความขัดแย้งเพื่อแบ่งแยกดินแดนทางภาคใต้ตอนล่าง  ซึ่งมีเรื่องวัฒนธรรมที่แตกต่างกันเกี่ยวข้อง
                จะเห็นได้ว่า ปัญหาข้างต้นเกิดจากคน  ไม่ได้เกิดจากองค์ความรู้ทางรัฐศาสตร์  ว่าขาดแคลน หรือไม่ครอบคลุมปัญหาแต่อย่างใด  ปัญหาเกิดจากการที่คนไม่ยอมรับกติกา ไม่ยอมรับทฤษฎี  ทุกคนจะกอบโกยเอาผลประโยชน์อย่างเดียว ไม่สนใจผู้อื่น  ทำให้เกิดความขัดแย้งต่างๆนานา  ประกอบกับการทำงานของรัฐบาลที่แบ่งเป็นกระทรวงต่างๆ  แยกกันกำหนดนโยบายและดำเนินนโยบายโดยขาดความเป็นเอกภาพ  ทำให้ประยุกต์ใช้ทฤษฎีได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

 

รศ.ดร.วรทิพย์  มีมาก  ผู้บรรยายท่านสุดท้าย  ได้แสดงทัศนะของท่าน  โดยมีประเด็นหลัก ดังนี้
จากหัวข้อในการสัมมนา  คือ องค์ความรู้ทางรัฐศาสตร์กับการแก้ไขปัญหาการเมืองไทย  เรามี ๓ ประเด็นที่ต้องพิจารณา คือ ๑) ภาคองค์ความรู้  ๒)ภาคการเมือง และ ๓)ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองภาค
                จากข้อสมมติของผม ปัญหาเกิดขึ้นเพราะมีช่องว่างเกิดขึ้น  เช่นช่องว่างในการศึกษารัฐศาสตร์  ระหว่างในภาพรวม คือ มหภาค และในส่วนย่อย คือ จุลภาค  ช่องว่างเกิดขึ้นเพราะการพัฒนาทฤษฎีเน้นในส่วนของมหภาคเพียงอย่างเดียว  แต่ส่วนจุลภาคนั้นแทบไม่ได้รับการพัฒนาเลย  การตอบคำถามคนละมุมมองกันอย่างสิ้นเชิงทำให้เกิดช่องว่างระหว่างสายการอธิบาย  และเรายังไม่สามารถถมช่องว่างนี้ให้เต็มได้  เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รัฐศาสตร์ไม่สามารถทำนายปรากฏการณ์ทางการเมืองได้
                ส่วนในภาคการเมือง   ผมเห็นว่า *สมมติฐานช่องว่างของฮันทิงตัน (Samual P. Huntington)  นั้นเหมาะสมในการนำมาปรับใช้กับการเมืองไทย  กล่าวคือ ช่องว่างทางเศรษฐกิจนำไปสู่ความคับข้องใจทางสังคม นำไปสู่ความไร้เสถียรภาพทางการเมือง  ทำให้เศรษฐกิจถดถอยจากปัญหาความเชื่อมั่นของนักลงทุน  เกิดความยากจนของประชาชนจำนวนมาก และนำไปสู่ความขัดแย้งในสังคมในที่สุด  ซึ่งความขัดแย้งนี้ก็ส่งผลเสียต่อการเมืองความมั่นคงทางการเมืองอีกด้วย  เกิดช่องว่างขึ้นในระบบการเมืองไทย  ซึ่งผมคิดว่าวลีที่อธิบายปรากฏการณ์ได้อย่างชัดเจนคือ “สองมาตรฐาน” โดยกลุ่ม นปช. (แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ)
                เมื่อเกิดช่องว่างขึ้นทั้งในภาคองค์ความรู้และภาคการเมือง  จึงทำให้เกิดปัญหาทางการเมืองขึ้น  หากเราไม่สามารถถมช่องว่างทั้งสองนี้ให้เต็มได้ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาการเมืองไทยได้
                แนวทางการแก้ปัญหาคือ ต้องเชื่อมโยงระหว่างช่องว่าง หรือถมช่องว่างให้เต็มนั่นเอง  เช่น เชื่อมโยงองค์ความรู้รัฐศาสตร์  ระหว่างส่วนมหภาคและส่วนจุลภาคให้สอดคล้อง  เป็นไปในทิศทางเดียวกัน   , เชื่อมโยงให้เกิดการยอมรับกฎ กติกาของสมาชิกประชาคมทางการเมือง  , เชื่อมโยงการรับช่วงทางการเมืองให้ลื่นไหลไม่ติดขัด เป็นต้น

 

 

 

 

 

 

 

*เชิงอรรถ

” ...ในส่วนนี้แซมมูเอล ฮันติงตัน (Samuel Huntington) ได้พูดถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคม หรือกรณีสังคมขยับตัว (social mobilization) อันได้แก่ การที่สังคมเปลี่ยนจากสังคมเกษตรมาสู่สังคมอุตสาหกรรม ในการเปลี่ยนจากสังคมเกษตรมาสู่สังคมอุตสาหกรรมนั้นย่อมนำไปสู่การเกิดชุมชน เมือง การอยู่รวมกันเป็นกลุ่มของผู้ใช้แรงงาน การต่อรองเรื่องค่าจ้าง จนนำไปสู่การจัดตั้งเป็นสหภาพ ขณะเดียวกันในชุมชนเมืองก็มีการเข้ามาของสื่อมวลชนในแขนงต่างๆ ซึ่งย่อมจะนำไปสู่การได้รับข่าวสารข้อมูลและการคิดวิพากษ์สังคมจนนำไปสู่การ กล้าคิด เช่น เริ่มกล้าที่จะคิดว่าถ้าตนเป็นนายกเทศมนตรีจะทำอะไรให้กับชุมชนได้บ้าง เมื่อมีความกล้าที่จะคิดเช่นนี้ก็ย่อมจะกล้าเรียกร้องทางการเมือง...
...การเปลี่ยนแปลงที่กล่าวมาเบื้องต้นก็คือ การเกิดความตื่นตัวทางการเมือง (political consciousness) ซึ่งเป็นข้อถกเถียงของฮันติงตันว่า political consciousness จะเกิดจากขบวนการขยับตัวของสังคม และเมื่อเกิด political consciousness ก็จะมีการเรียกร้องการมีส่วนร่วมทางการเมือง (political participation) กระบวนการทั้งหมดนี้ฮันติงตันกล่าวว่าเป็นความจำเริญทางการเมือง (political modernization)” 
อ้างอิงจาก  บทความ “การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในหมู่ประชาชน”  ; หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ( วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ.2553) โดย ศ.ดร.ลิขิต ธีรเวคิน
แหล่งที่มา  http://www.dhiravegin.com/detail.php?item_id=000876

 

เอ็นทรีนี้จัดทำขึ้นเพื่อรองรับ

การสาดน้ำ

การยิงกระสุนน้ำ

และ

การปาดอกมะลิ

(ใช่ไหมเนี่ย)

 

ดังนั้น..

 

มันจึงหาสาระมิได้

 

ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

สงกรานต์ปีนี้เป็นอีกปีที่ดิฉันจะไม่เล่นน้ำค่ะทุกท่าน

วันนี้ไปกินสุกี้และไอติมกับครอบครัวกันมา ตอนเย็นก็ไปเล่นบาสตามปกติ 

แต่ไม่มีทีมเล่น คนมาน้อยเกิน --..--

 

สาดในเอ็กซ์ทีนนี่แหละสนุกที่สุดแล้ว 

 

 

ว่าไหมคะทุกท่าน?

 

 

 

ฉันอายุ 18 ปีกว่าๆ ย่างเข้า 19 ปีแล้ว

ชั่วขณะนี้ ฉันเพียงคิดว่า ช่วงเวลา 18 ปีที่ผ่านมาของฉันนั้นมันช่างไม่มีอะไรเลย

ฉันเรียนหนังสือมา 12 ปี  เพื่อเป้าหมายเดียว “ฉันอยากเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยดีดี”  ฉันเพียงคิดว่า ถ้าเข้ามหาวิทยาลัยได้ ชีวิตก็จะดีเอง ฉันก็จะฉลาด เริ่ด เป็นที่เชิดหน้าชูตาของวงศ์ตระกูล ฉันจะทำงานเก่ง และอื่นๆอีกมากมาย

ซึ่ง ตอนนี้ฉันได้ไปรายงานตัวที่คณะเศรษฐศาสตร์ มศว ที่ฉันสอบตรงติด พร้อมจ่ายค่าเทอมเทอมแรกไปเรียบร้อย ทันทีที่จบ ม.6 ฉันก็มีสิทธิเต็มที่ที่จะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ..อย่างที่ฉันต้องการ

ที่จริงฉันรอผลการสอบตรงคณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์อยู่ แต่เนื่องจากลืมจ่ายค่าสมัครสอบ GAT-PAT ครั้งสุดท้ายของรุ่น (ทำให้ฉันโดนเทศนาจากพี่ป้าน้าอาจนหูชา) ประกอบกับคะแนนที่ผ่านๆมานั้นไม่ค่อยน่าเสี่ยงเท่าไหร่  ฉันจึงต้องรีบตะครุบโอกาสที่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายเอาไว้

ที่แน่ๆ ณ ตอนนี้ ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์นอกเหนือความคาดหมายใดๆ                                                                                               ฉันก็จะได้เรียนในมหาวิทยาลัยดีดี อันถือว่าบรรลุเป้าหมายแรกของชีวิตอันไม่มีอะไรของฉัน

แล้วไง?..

ฉันเพิ่งตระหนักได้ว่า การเข้ามหาวิทยาลัยดีดี ไม่ได้เป็นทุกอย่างของชีวิต เข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ชีวิตไม่ได้ดีไปกว่าเดิม ถ้าฉันยังทำตัวเหมือนเดิม

ฉันเพิ่งตระหนักได้ว่า ฉันคนเดียวเท่านั้นที่เปลี่ยนชีวิตของฉันได้ ฉันคนเดียวเท่านั้นที่จะเนรมิตความฉลาด ทักษะการคิด การใช้ภาษา การตัดสินใจ การขับรถ การวาดภาพ การปรับตัวเข้ากับคนอื่นๆในสังคม และอื่นๆอีกมากมายให้กับตัวเองได้

มหาวิทยาลัยไม่ได้ช่วยอะไรฉันเลย ถ้าฉันไม่คิดจะช่วยตัวเอง

ราวกับพบสัจธรรมของชีวิต  ทั้งที่เป็นเรื่องธรรมดาสามัญ

ดังนั้น  จากนี้ไป ฉันจะตั้งใจเรียนรู้เรื่องที่ฉันอยากรู้ด้วยตัวเอง ค่อยๆก้าวไปทีละก้าวก็แล้วกัน ฉันไม่รีบ

ฉันว่านะ วุฒิภาวะของฉันต่ำกว่าอายุจริงประมาณ 3-4 ปีได้มั้ง

 

 

ป.ล.

ฉันอยากขับรถเป็น อยากมีใบขับขี่ แต่วันนี้เพิ่งปั่นจักรยานตกหล่มโคลน โฮววววว

ไม่มีอะไร

posted on 12 Dec 2009 21:45 by olivemu

 

แค่จะมาบอกเล่าชีวิตช่วงนี้ของฉันเฉยๆ

- ฉันสอบผ่านสัมภาษณ์ เศรษฐศาสตร์ มศว แล้ว ลังเลเป็นบ้า

- เพื่อนซี้ฉัน-แฟง ก็ผ่านสัมภาษณ์ พยาบาล สภากาชาดแล้ว มันเริงร่ากว่าปลากระดี่ได้น้ำอีก

- หลายครั้งที่ฉันรู้สึกว่าตัวเองช่างง่าว..

- วันนี้ไปโรงเรียนเก้อ กะจะไปเรียนพิเศษ แต่โรงเรียนเค้างดการเรียนการสอน !

- เลยไปงานสายใยรักกะแม่ ช่วยแม่ออกบู๊ทบัญชีครัวเรือน วุ่นวาย แต่สนุก

  ที่สำคัญคือมีข้าวให้กินฟรี อร่อยดีด้วย

- ช่วงบ่ายเปลี่ยนกะ ฉันกับแม่ก็ไปเดินช้อป ได้ขนมมาเพียบ

- จบเหอะ

เมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา

ฉันไปสอบตรงของมหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ คณะเศรษฐศาสตร์

เท้าความ จิ้ม 

 

และวันที่ 13 พฤศจิกายนก็มีการประกาศผลทางเว็บไซต์ ฉันพยายามดูอยู่ 2 ชั่วโมง แต่ก็ไม่เจออะไร

เว็บล่มโดยสิ้นเชิง

แต่ประมาณ 4 ทุ่ม อาและพี่สาวโทรมาบอกว่า

เจอชื่อและรหัสสอบของฉันในรายชื่อผู้สอบผ่านที่ถูกก็อปไปลงในบอร์ดเด็กดี

เมื่อวาน ฉันลองเช็คเองอีกทีจากเว็บของมหาลัย

สอบผ่านจริงๆ..

ฉันโคตรรรรรจะดีใจเลยละค่า

( แอบงงว่าสอบติดได้ยังไง ทั้งๆที่ไม่ได้อ่านเตรียมตัวอะไรสักกะนิด )

 

ตอนนี้ฉันมีที่เรียนแล้วเพื่อนๆ กรี๊ดดดดดดด

แต่ก็นะ ยังลังเล เพราะฉันรักคณะเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์มาก

เคยเข้าค่ายที่นั่นเมื่อตอนปิดเทอมตุลาที่ผ่านมา สนิทกะพี่ๆมาก รักอาจารย์ป๋วย รักธรรมศาสตร์

 

เลยกะว่า จะไปสอบสัมภาษณ์ก่อน ดูคณะที่ มศว. ว่า

น่าเรียนไหม  ค่าเรียนแพงไหม ชีวิตมหาลัยน่าสนุกไหม (หล่อนสนใจแค่นั้นเรอะ)

ถ้าไม่สนใจมากพอ ก็จะไม่ไปรายงานตัวเข้าเป็นนิสิต 

คงไม่เป็นการแย่งที่ใครนะ??

การสอบสัมภาษณ์จะคัดนักเรียนออก 106 คนจาก 166 คนเหลือ 60 คนที่จะได้เรียนจริงๆ

ฉันว่าจะทำพอร์ตไปสุดฝีมือเล้ยยยย

ส่วนข่าวต่างๆ ฉันว่าจะอัพเดตจากทวีตของคุณสุทธิชัย และตามเว็บ

ได้ไม่ได้ ก็ไม่เป็นไรเท่าไหร่ แต่ก็คงไปสอบดู 

 

 

แต่ยังไงก็ยังรักธรรมศาสตร์

รอสอบแอดมิชชั่นเข้าธรรมศาสตร์ดีก่า

รักธรรมศาสตร์มากๆ ให้ตาย

แถม รูปเมื่อครั้งยังอยู่ค่าย ไม่ได้แต่งเลยนะ  คอนทราสต์มากๆ

รัีกพี่ๆมาก โดยเฉพาะพี่คนสวยคนที่สามทางซ้าย น่ารักไหมเล่า

ฉันแอบนอนจ้องหน้าพี่ทุกคืนเลย คนอะไร้ น่ารักน่าชังจริงจริ๊ง

ใครรู้จักคนในภาพก็อย่าไปปูดเชียว เดี๋ยวฉันจะกลายเป็นเด็กโรคจิต

 

 

edit @ 15 Nov 2009 18:34:15 by olive

ติว ณ วังหลัง

posted on 25 Sep 2009 22:14 by olivemu

วันนี้ฉันไปติวกับโครงการ Tutor Channel ของกระทรวงศึกษาธิการ

ที่โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม

ซึ่ง...

น่าเบื่อมาก

เพราะแทบไม่ได้เรียน 

เหมือนไปเป็นตัวประกอบในการถ่ายทำน่ะ

ท่านรัฐมนตรีจุรินทร์มา เค้าเลยถ่ายแต่ตอนที่มีท่านออกรายการ

เข้าใจใช่ไหม คือ ถ่ายตอนเปิดงาน ถ่ายสัมภาษณ์ ถ่ายตอนจบ

มีการถามนักเรียนด้วยว่า เรียนเป็นยังไงบ้าง

สาวน้อยคนนั้นได้แต่ตอบประมาณว่า "สนุก ได้ความรู้ และทำให้เข้าใจบทเรียนได้มากขึ้นเยอะเ้ลยค่ะ"

 

.... (= * =)

ยังไม่ได้เรียนเลยว้อยยยยยยยยยยยยยย

 

__________________

 

และแล้วก็ได้เรียน 2 ชั่วโมงโดยประมา๊ณ เรียนคณิตศาสตร์กับพี่ช้าง-The Brain

ซึ่งอันที่จริง ฉันหวังไว้ว่าจะได้เรียนกับอาจารย์ปิงนะ เปลี่ยนกำหนดการกันซะอย่างนั้น 

 

ช่างเฮอะ

ตอนบ่ายมีติวของพี่แนน -Enconcept ต่อ

แต่ฉันโดด แหะๆ 

ไปแรด ณ วังหลัง

โดยเรือ ลมเย็น สบายใจ :)))

 

กินสเต็ก

 

ร้านนี้แหละ ชื่อร้านว่า "EZEE" มั้งนะ

(ขอบคุณนางแบบและนายแบบ / แฟง ป่อง)

อร่อย

 

อันนี้ของแฟง สเต็กเนื้อ ย่างแบบ medium เธอชอบมาก

 

อันนี้ของป่อง สเต็กเนื้อแบบ medium และปลาชุบแป้งทอด




ส่วนอันนี้ของฉันเอง สเต็กปลาย่าง อร่อยดี รสชาติแบบสว่างๆ (เอ่อ ไอ้ที่เค้าเีรียกกันว่า light น่ะ)

ฉันชอบนะ ฉันไม่ชอบหมู หรือเนื้อ มันหนักท้องเกินไป เหนียวเคี้ยวยากอีกตะหาก

 

 

แอ๊บแบ๊วกันสักเล็กน้อย แหะๆ

 

เครื่องดื่มอร่อยดี โดยเฉพาะชานม เริ่ดฮ่ะ !  (แต่ไม่ได้ถ่ายมา)

 

กินเสร็จ พ่อยอดชายนายป่องผู้แสนดี ควักกระเป๋าเลี้ยง หมดไป 490 บาท

แหม อาหารมื้อนี้มันอร่อยตรงนี้แหละ

 

ไปดีกว่า พรุ่งนี้มีติวอีก 

ติวๆๆๆๆ

 

จะบ้าตาย

 

 

 

สอบตรง มศว. แล้ว เย่

posted on 20 Sep 2009 20:33 by olivemu

สวัสดีค่ะ

ฉันไม่ได้อัพบล็อกอยู่พักหนึ่ง

พยายามจะไปอ่านหนังสือ

แต่สุดท้ายก็มาวนเวียนเยี่ยมบล็อกเพื่อนบ้านอยู่ดี ;P

 

วันนี้ฉันตื่นแต่เช้าไปสอบตรงเข้ามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คณะเศรษฐศาสตร์มาละค่ะ

สถานที่สอบคือ โรงเรียนศรีอยุธยาในพระอุปถัมป์ ตั้งอยู่แถวๆพญาไท

ซ้อนมอร์เตอร์ไซค์พ่อไป  ใช้เวลาเดินทางแค่ชั่วโมงเดียวเอง

ไปถึงยังมีเวลานั่งกินข้าวเช้า และเดินเล่นให้ข้าวเรียงเม็ดได้อีก

 

เข้าสอบตอน 9.00 น. วิชาภาษาไทย-สังคม ให้เวลาทำ 2 ชั่วโมง

และต่อด้วยคณิตศาสตร์ 1 ชั่วโมง

12.00 พักกินข้าว ฉันเดินไปกินข้าวหลังโรงเรียนกับเพื่อน  ซึ่งเพิ่งมารู้จากอากู๋ว่า ชื่อถนนรางน้ำ

น่าเดินเที่ยวชะมัดเลย

ฉันตื่นตะลึงกับสวนสาธารณะอันสวยงามใหญ่โตที่อยู่เยื้องๆกับหลังโรงเรียนมาก

สวย ร่มรื่น แล้วก็ใหญ่มากๆเลย ตอนแรกที่เห็น ฉันนึกว่าเป็นกระทรวงอะไรสักอย่าง ดูหรูหรามาก

ใครรู้บอกทีค่ะ ว่าชื่อสวนอะไร พอดีลืมดูป้าย

จากนั้นสอบช่วงบ่ายต่อ 13.00 -15.30

มีภาษาอังกฤษ /ความถนัดทางการเรียน ซึ่งมีข้อสอบ 2 ชุด

ชุดแรกเป็นเกี่ยวกับภาษาค่ะ การตีความ ทำนองนั้น

ชุดที่สองเป็นเกี่ยวกับคำนวณ เหมือนคิดเลขเร็วเลย

ไม่ยาก แต่ทำให้ไวละกัน

ฉันเกือบทำไม่ทันแน่ะ

(ไอ้ข้อที่ทำๆไปน่ะก็ไม่รู้ถูกหรือเปล่า เพราะไม่ได้ตรวจทานเลย แถมมั่วไป 2-3 ข้อด้วย ฮ่า)

 

ว่าด้วยข้อสอบ - สำหรับคนที่สนใจนะ

ภาพรวม ง่ายกว่า GAT-PAT นะ

ฉันอ่านเลขเพิ่มเติมไปตั้งเยอะ

ไม่ออกซักกะข้อ =v=b มันดีมากเลยจอร์จจจจจจ

เลขจะออกแนวสายศิลป์ ออกแบบเหวี่ยงแห ไม่ลึก ไม่ยาก แต่เยอะและกว้าง

ภาษาไทย..สำหรับฉันที่ยากคือเนื้อหาวรรณคดีที่เรียนกันเฉพาะสายศิลป์

ซึ่งฉัน..ซุย ฮ่าๆๆ  / หลักภาษาไม่ยากไปกว่าข้อสอบปลายภาคของโรงเรียน คอนเฟิร์ม

สังคม ไม่ยากมาก ออกเนื้อหาตรงๆ ไม่วิเคราะห์ ไม่สังเคราะห์(มาก)

ภาษาอังกฤษ ก็ไม่ยากไปกว่า GAT นะ

ความถนัดทางการเรียน อย่างที่บอก มีชุดการใช้ภาษา ฉันตอบโดยใช้เซ็นซ์ล้วนๆ

และชุดการคำนวณ คล้ายๆคิดเลขเร็ว เนื้อหาประมาณคณิตศาสตร์ ม.3 + ตรรกะทั่วไป

สรุป เนื้อหาข้อสอบ ไม่ยาก แต่จะยากตรงเวลาที่ให้ ซึ่งค่อนข้างน้อย

อย่างเลขงี้  30 ข้อ 1 ชั่วโมง (ประมาณนี้นะ)

สำหรับใครที่จะสอบปีหน้านะคะ อย่าลืมอ่านสังคมและคณิตไปกว้างๆๆ

ย้ำ   กว้างงงงงงงงงงงงงง  ไม่พลาดชัวร์

 

 

ตอนเดินทางกลับ--เดินเท้าไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเจอเพื่อนคนนึงที่เคยเจอกันที่ค่าย YES CAMP ด้วย

คุยกันเรื่องสอบนิดหน่อย แยกกันตรงหน้าสถานีBTS พญาไท แล้วก็เจอเพื่อนเก่าที่โรงเรียนประถมอีกคน

ฮ่า โลกกลมดีจริงวุ้ย !

คุยกับเธอแล้วรู้สึกดีมาก

คิดถึงเธอมั้ง (แหม ถ้าเธอมาเห็นฉันคงเขิน)

และฉันก็ขอเบอร์เธอไว้ด้วยแหละ

แล้วก็นั่งรถเมล์กลับบ้าน

 

 

 ************

ไม่รู้ผลสอบจะออกมาเป็นไงมั่ง

 

รู้สึกว่ายังอ่านหนังสือน้อยไปนะ

กระตือรือร้นหน่อยสิยัยบ้า !!!!!!!

 

 

 

 

 

 

 

ข่าวดี  :  ฉันติดค่ายเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ด้วยละค่ะ ดีใจๆ

 

 

 

 

 

ช่วงนี้เราเตรียมสอบตรงมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒนะคะ

(คณะเศรษฐศาสตร์ ภาคภาษาไทย--หนึ่งในคณะที่มีอัตราผู้เข้าสอบสูงสุด)

 

อ่านหนังสือทุกวัน เหนื่อยเหมือนกัน

 

เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ

 

ป..ล.

พอตั้งใจไม่แตะคอมเมื่อไร อาจารย์ต้องสั่งรายงานทุกที

 

 

 

วันนี้ท่องเน็ตเพลินๆ

เข้าไปหาอะไรอ่าน ในนี้

เห็นว่ามีอะไรน่าสนใจ เลยลองเอามาให้ทำกันเล่นๆค่ะ

 

World's Smallest Political Quiz

Take the Quiz now and find out where you fit on the political map!

จิ้ม !!!!!

ได้คะแนนเป็นยังไงก็มาบอกกันได้นะคะ

 

 

ของฉันได้อย่างนี้ค่ะ

 

อะหวาย เรานี่ค่อนข้างขวาแฮะ

According to your answers, the political group that agrees with you most is...

CENTRISTS espouse a "middle ground" regarding government control of the economy and personal behavior. Depending on the issue, they sometimes favor government intervention and sometimes support individual freedom of choice.

Centrists pride themselves on keeping an open mind,

tend to oppose "political extremes," and emphasize what

they describe as "practical" solutions to problems.

 

 Centrist = ผู้ที่มีความคิดทางการเมืองเป็นกลาง(แปลโดย longdo.com)

 อืมมมมม เป็นกลางเหรอเรา เพิ่งรู้ตัวนะเนี่ย ฮ่าๆๆ

 

ป.ล.

 1.ความเดิมตอนที่แล้วที่ฉันประกวดอ่านร้อยแก้วที่โรงเรียน ได้ที่สองมาแบบงงๆ

 2.ตอนนี้อยากอ่าน "เศรษฐศาสตร์จึงต้องเป็นเศรษฐศาสตร์การเมือง" มากๆๆๆๆๆๆ

   แต่ยังไม่อยากซื้อ ว่าจะยืนอ่านฟรีที่ร้านสัก 20-30 หน้าก่อน ถ้าเกิดรีบซื้อมาแล้วไม่ถูกใจฉันก็เสียดายตังค์แย่

   แอ๊ะ ทำไมแปะรูปบ่ได้ ไปดู ที่นี่ ละกัน

 3.รู้สึกเอ็นทรีนี้จะเต็มไปด้วยลิ้งค์นะ

 4.ไปดีกั่ว สวัสดีค่า

 

edit @ 2 Aug 2009 21:04:58 by olive

I Eat Chocolate Mousse Cake.

posted on 24 Jul 2009 22:42 by olivemu

เมื่อวานเป็นวันเกิดฉันค่า

เลิกเรียนวันนี้เลยไปเที่ยวเล่นกินขนม ณ ห้างแถวบ้าน เช่นเคย

นี่คือ...

 

มูสเค้กจากร้าน VICTORY BEGERY ค่า !!!

 

ว่าแล้วก็ขอถ่ายรูปแอ๊บแบ๊วซักหน่อย แหะๆ

 

 

น่ากินป้ะล่ะ

 

 

 โอ้แม่หนูช็อคมูส เจ้าช่างน่าพิศวาสยิ่งนัก  

 

 

หม่ำละนะ !!!!!!!!!!!!!!!!

 

กินไปเกือบครึ่งถ้วยแล้ว หวาน มวากกกกกกกกกกกกกกก

 

หมดแล้วววววววววววววววววววว โซ้ยเรียบ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ เอิ๊ก

 

ร้านนี้ขนมอร่อยดีนะคะ  ราคาถูกดีด้่วย สนนราคาช็อกมูสถ้วยนี้ 50 บาทเอง บึ้มมากๆ

 

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

ดูเหมือนช่วงนี้เราจะได้ประกวดอะไรบ่อยๆ

วันก่อน หลังจบคาบภาษาไทย เพื่อนแฟงเรียกตัวฉันไปพบอาจารย์

ไอเราก็ใจเต้นตึกตักๆ เพราะค้างส่งงานอยู่งานหนึง (ก๊าก)

แต่ปรากฎว่า อาจารย์ไม่ได้พูดถึงงานค้างแต่ประการใด ท่านถามชื่อฉัน จดๆ 

และนัดฉันไปพบอีกที ตอนบ่ายโมงถึงบ่ายสอง

ถามเพื่อนแฟงว่ามีเรื่องอะไร เธอก็ไม่บอก

ฉันไปตามนัด

และในที่สุดก็ได้รู้สักทีว่า อาจารย์เรียกฉันมาทำไม

 ฉันลงสมัครแข่งขันอ่านร้อยแก้วโดยไม่รู้ตัว!!

 ตอนแรกไปถึง อาจารย์บอกให้อ่านข่าวออกเสียง ฉันงง แต่ก็ทำตาม

 อ่านไปสักพัก ชักงงอีกว่า สายตาอาจารย์หลายคู่ถึงจับจ้องมองฉันหว่า

และได้คำตอบว่า ก็นี่ฉันกำลัีงประกวดแข่งขันอ่านร้อยแก้วนี่คะ!!!

งง ? งงได้อีก ฮ่าๆๆๆ

สุดท้ายเลยขออาจารย์อ่านใหม่อีกรอบ ขอเวลาเตรียมตัวนิดนึง

และแล้วก็จบไปด้วยดี อ่านผิดนิดหน่อย แต่ก็ดำน้ำไปได้

บุ๋งบุ๋งบุ๋งบุ๋ง

ผลจะออกมาเป็นยังไงก็ช่างเทอะ เรานี่มาก็งง ไปก็งง ขำตัวเองจริงๆ

 

และ วันนี้ตอนเที่ยง ไปแข่งขันร้องประสานเสียงที่โรงเรียนสตรีนนท์

ฉันอยู่เสียงโซปราโน ซึ่งเป็นเสียงสูงที่สุด

ทำเต็มที่นะ ทุกคนเต็มที่

ผลออกมา ได้แค่ที่สองเอง แอบผิดหวังนิดๆ

 แต่ไม่เป็นไร คราวหน้าเอาใหม่ 

ต้องไม่ลืม...

- จัดไดนามิคให้เพลงให้ดีกว่านี้

- ห้ามทำหน้าเครียด เคลิ้มเข้าไว้ๆ

สู้!!!!!!